50% ★ งานที่20 : ความอดทน

posted on 31 Oct 2009 18:18 by re-verse1108 in fifty-percent

50% ★
งานที่20 : ความอดทน



ทุกอย่างเหมือนว่าจะเหมือนเดิม..

แต่ก็แค่เหมือนจะล่ะวะ!

“เอ้า...ถึงแล้ว”


มินโฮจอดน้องโน่เทียบกับทางเท้าบริเวณหน้าป้ายรถNGVที่มีทางเดินทะลุเข้าไปในตึกอาคารเรียนรวม คีย์ก้าวลงจากรถก่อนจะปัดทรงผมที่ยุ่งฟูเพราะโดนลมตีเข้าใส่ให้เป็นทรงเรียบร้อยเหมือนตอนเพิ่งออกจากห้อง คนที่ยังนั่งอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ระบายรอยยิ้มบางๆแล้วเอื้อมมือไปช่วยเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลเข้ม


“โอ้ย...หวานแต่เช้า” เสียงแซวดังมาแต่ไกล ผมหันขวับไปมองตามก่อนจะทำหน้าหงิกใส่เมื่อเห็นว่าไอ้คนแซวนั่นเป็นหนึ่งในคณะบานชื่น “กขค.มากก”


“เดี๋ยวโดนเหนี่ยว!”


“ยังไม่เลิกเขินเหรอ ปลายเทอมแล้วนะ...น่ารักเสมอต้นเสมอปลายจริงจริ๊ง” น่ะ...มาอีกกลุ่ม


“โอ้ยยย!!!” ผมร้องบ้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น “กขค.มาก!!!”


“กูเขินโคตร?” คณะบานชื่นถาม


“เปล่า!!” ผมตอบดังลั่น “กูขอเครียด!!!”


“ฮิ๊ววววว”


ก็ฮากันไป ผมทำหน้าพองลม ก่อนจะแบมือกระดิกนิ้วไปทางคุณโชเฟอร์ตัวดีที่นั่งขำอยู่บนมอ'ไซ มินโฮยื่นหนังสือให้ผมแล้วส่งยิ้มให้ ผมก็หยิบหนังสือมา...แต่ก็นั่นล่ะครับ มินโฮก็ยังเป็นมินโฮ มันยังคงพยายามจะแกล้งผมได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ผมดึงหนังสือจากมือมัน แต่มันดึงหนังสือกลับครับ ผมก็ดึงอีก มันก็ดึงอีก


“ชเว มินโฮ”


“อะไร”


“หนังสือกู”


“ก็เอาไปดิ”


แหนะ...


“ปล่อยดิ”


“ก็เอาไปดิ”


แหนะ...


“โย่งครับ”


“ว่าไงครับ”


“ขอหนังสือคืนครับ”


“ได้ครับ” มินโฮยิ้มแล้วยอมปล่อยหนังสือ “พูดเพราะๆแบบนี้ก็น่ารักดีนะครับ”


“กลับหอไปนอนไปเลยมึง!!!”


วัตถุสูง180เซนติเมตรหัวเราะก่อนจะพาตัวเองยูเทิร์นกลับหอไปพร้อมๆกับมอเตอร์ไซค์คันโปรด ผมแลบลิ้นใส่แล้วรีบกลับหันหลังเดินเข้าไปภายในตัวอาคารเพื่อเข้าชั้นเรียนในช่วงเช้าของวันนี้ ระหว่างทางยังคงมีเสียงแซวอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าน้อยกว่าช่วงต้นเทอมที่แค่หายใจข้างๆกันก็เป็นข่าวได้


ส่วนมินโฮน่ะเหรอ? มินโฮก็ยังเป็นชเว มินโฮคนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักนิด ยังพูดคุยกับผมเหมือนเดิม ยังไปรับไปส่งผมเหมือนเดิม และยังแกล้งผมเหมือนเดิม...เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ในขณะที่ผมกลับรู้สึกวุ่นวายมากกว่าเดิมเท่าตัว จะทำอะไรก็เก้ๆกังๆ ย้อนนึกถึงประโยคยาวเหยียดที่มินโฮตัดพ้อและสารภาพกับผมเมื่อคืนก่อน...นึกถึงทุกครั้งที่มันเอาใจใส่ ทุกครั้งที่มันแสดงออกว่ามันห่วง มันแคร์


หรือบางวันมินโฮว่างจัด มันจะเดินมาส่งผมที่ห้องเรียนด้วยซ้ำ นี่ถ้านั่งเรียนแทนได้มันจะมานั่งเรียนแทนเปล่าวะ อันนี้ผมนึกเล่นๆ ไม่เคยถามมันจริงๆหรอก แต่ถึงถามมันจริงๆ มันก็คงเขกหัวผมกลับมาแทนอ่ะ อ้อ...หรือบางวันที่เรียนที่ตึกบรรยายรวมมันก็จะไปส่งผม หรือถ้าพูดให้ถูก...คือเราจะไปพร้อมกัน เรียนข้างกัน แล้วก็กลับพร้อมกันนั่นล่ะ


ท่ามกลางเสียงแซวของคณะบานชื่น...


มันดูเหมือนจะเป็นภาพธรรมดาที่ชินชามาตั้งแต่ตอนต้นเทอม...


พวกมันหารู้ไม่ว่า...


ก็แค่เหมือนจะเท่านั้นแหละ...เพราะตอนนี้กูไม่ปกติสุขเท่าไหร่แล้ว!!


“อ้าว เจอตัวพอดีเลย น้องคีย์!”


ผมหันไปทางต้นเสียงที่เรียกผม พี่อีทึกนั่นเอง


“ว่าไงครับพี่?”


“อื้ม เรื่องโปรเจคฟิล์มของพี่อ่ะ” คนเป็นพี่กล่าวเข้าประเด็นทันที “พรุ่งนี้ว่างมั้ย ช่วงบ่ายสามน่ะ”


ผมร้องอ๋อก่อนจะพยักหน้าตกลงตามที่รุ่นพี่จองซูนัดแนะ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายสามที่ใต้ตึกคณะวารสารศาสตร์สินะ หลังจากนัดเวลาและสถานที่กันเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่คนเก่งก็วิ่งกลับขึ้นไปยังชั้นสามเพื่อเข้าเรียนในวิชาของตนเอง ผมเองก็เปิดประตูเข้าไปนั่งข้างๆคิมจงฮยอนที่ฟุบหลับอยู่บริเวณโต๊ะหลังห้อง


“คิม จงฮยอน อาจารย์มาแล้ว” ผมใช้เท้าเขี่ยเท้ามันเมื่อเห็นว่าอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้าห้องมาแล้ว คนโดนปลุกทำหน้ามุ่ยยอมลุกขึ้นนั่งหลังตรงทั้งๆที่ตาจะปิดแหล่มิปิดแหล่


“ไปทำไรมาวะ”


“กูไปช่วยรุ่นพี่จัดการเรื่องงานลอยกระทงมา...”


“เหรอๆ วันไหนวะ” ผมทำหน้าอยากรู้อยากเห็นสุดๆ คิม จงฮยอนมันเป็นคนเก่งครับ ฝีมือมันเจ๋งจริง รุ่นพี่เลยไว้วางใจมันให้ช่วยงานหลายๆอย่าง อนึ่ง...เพราะคนมันไม่พอด้วยล่ะครับ รุ่นน้องอาสามาช่วยก็เลยทุ่มงานให้เต็มที่ ไม่รู้จะซึ้งในน้ำใจของมันหรือสมน้ำหน้าดี...


“ปลายสัปดาห์เนี๊ยะ...”


“อ๋อๆ...”


“มีพวกพลุ พวกดอกไม้ไฟด้วย..”


“จริงเปล่าาา~”


มันพยักเพยิดหน้าแล้วฟุบหลับลงบนโต๊ะเลคเชอร์ตามเดิม พอได้ฟังเรื่องดีๆแบบนี้แล้วชักอยากให้วันลอยกระทงมาถึงไวๆซะแล้วสิ ผมมองไปที่เพื่อนโต๊ะข้างๆแล้วใช้เท้าเขี่ยเท้ามันอีกที คราวนี้มันไม่ตื่นแล้วครับ ผมเลยปล่อยให้มันหลับไปทั้งคาบแล้วปลุกมันอีกทีเอาตอนอาจารย์เดินออกจากห้องแล้ว หน้าตามันเบลอๆมาก ผมเลยโทรหาให้อนยูมารับมันกลับห้อง ประจวบเหมาะกับที่ชเว มินโฮ...ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่และเก้งกวางทั้งหลายก็เดินมารับผมพอดี มึงว่างมากสินะ!


“ไม่มีเรียนเหรอไงวันนี้” ผมจำได้ว่ามันมีเรียนช่วงบ่าย


“จารย์งดเซค” ไม่พูดเปล่า มันหยิบหนังสือผมไปถือให้ ก่อนจะคว้าเอามือผมไปจับเหมือนเคย จะว่าไปมันก็แอบแต๊ะอั๋งผมมานานแล้วนี่หว่า “คีย์”


“หืม?”


“วันศุกร์ว่างมั้ย”


“ก็ว่าง...ทำไมวะ”


“ไปงานลอยกระทงกัน...” ผมตาวาววับทันที เพราะคีย์เวิร์ดสำคัญที่ดังก้องจากปากของคิม จงฮยอนคือ 'พลุ' กับ 'ดอกไม้ไฟ' คีย์อมยิ้มแก้มตุ่ยก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน


“เอาดิ อยากดูดอกไม้ไฟด้วย”


“อืม...จะได้เล่นไฟเย็นที่เหลือด้วยดีมั้ย?”


ผมยิ้มอีกครั้ง


“อื้อ”


วันจันทร์ของผมผ่านไปได้ด้วยดี แต่วันอังคารนี่สิครับตัวดีเลย วันนี้ผมมีนัดกับพี่อีทึกและรุ่นพี่คนอื่นๆในเอกฟิล์มตอนบ่ายสาม ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาบ่ายสามแล้ว และแน่นอนว่า...ชเว มินโฮจะตามผมมาสมทบทีหลัง มันก็เป็นปกติที่ผมเห็นมันเกือบทุกย่างก้าวในชีวิตมหาวิทยาลัย แต่ผมรู้สึกเขินแบบแปลกๆทุกครั้งที่มันกับผมเจอหน้ากัน(ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเกือบตลอดเวลา)


“เดี๋ยวคีย์เดินมาตรงที่พี่มาร์คเอาไว้นะ แล้วก็พูดตามบทนี้”


“อ่า...ครับ”


ต้องอาศัยจังหวะตอนมินโฮยังไม่มาครับ มันจะได้ไม่เอาไปล้อผมต่อได้ แต่พอเข้าเทคที่หนึ่งเท่านั้นล่ะ ผมกลับอึกอักลืมบทเสียอย่างนั้น ต้องลำบากพวกพี่ๆอีก จวบจนกระทั่งได้ฤกษ์เดือนเศรษฐศาสตร์เข้ามานั่นล่ะครับ เล่นเอาผมทำอะไรไม่ถูกเพิ่มเท่าตัวเลย...โอ้ย กูต้องโดนล้อแน่ๆเลยอ้ะ =_=


“อ้าว มินโฮ มานั่งนี่ก่อนสิๆ” พี่อีทึกครับ...ตาไวไปไหน...


“อ่า ขอบคุณครับ”


“เฮ้ย โปรเจคชั้นจะกลายเป็นโปรเจ็คสีชมพูรึเปล่าเนี๊ยะปาร์ค จองซู!” คำพูดนี้โดยควอน ยูริครับ พี่ยูริ เธอนั่งกำกับการถ่ายอยู่ข้างๆพี่ฮีชอลที่กำลังถือกล้องตัวโตอยู่ตรงหน้าผมนี่ล่ะ ส่วนพี่อีทึก,คนโดนถาม,ไม่ตอบกลับครับ แต่หัวเราะร่วนเลย ผมเองก็ไม่กล้าเถียงโวยวายอะไรด้วย ก็รุ่นพี่นี่ครับ...ฮือ


“ควอน ยูริ ชั้นไม่แน่ใจนะว่ามันจะเป็นโปรเจคสีชมพูรึเปล่า แต่ถ้าหมายถึงคนในเฟรมกล้องเนี๊ยะ...ช็อกกี้พิงค์เลยว่ะ”


ครับ...ก็หน้าผมนั่นแหละครับพี่ฮีชอล


อีทึกมองใบหน้าสีชมพูเรื่อของรุ่นน้องคณะของตนเองแล้วยิ้มขำด้วยความเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงข้างๆเฟรชชี่เดือนเศรษฐศาสตร์ที่ยังคงมองไปในทิศทางเดียวกับเขาเมื่อครู่นี้ รุ่นพี่เขยิบตัวเข้าไปใกล้ก่อนจะถามเสียงเบา


“ถามจริง...คบกันยัง?”


มินโฮยิ้มขำๆ “ยังพี่ยัง...”


“วางแผนจะคบกันเมื่อไหร่?”


“โถ่ พี่...เด็กวารสารนี่น่ากลัวจริงๆ” อีทึกหัวเราะร่วนกับประโยคเบี่ยงประเด็นของรุ่นน้องร่วมมหาลัยตัวสูง แล้วมองไปที่คีย์ที่กำลังตั้งอกตั้งใจอยู่กับการฝึกซ้อมบทพูดให้กับโปรเจ็คของพวกเขา


“พี่ว่า...เด็กเสดสาดนี่น่ากลัวกว่ามั้ง...” เขาพยักเพยิดหน้าไปทางคีย์ “น้องพี่มันจะระเบิดตายคากล้องแล้ว”


มินโฮหัวเราะเบาๆเมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่ยังคงไม่ละสายตาไปไหน จวบจนกระทั่งถึงคิวถ่ายของคนอื่นคีย์จึงได้ฤกษ์มานั่งที่เก้าอี้เดิมที่มินโฮเคยนั่ง ตอนนี้มันไปไหนก็ไม่รู้แล้วครับ หายหัวไปเลย แต่ก็ดี...มีคนจ้องเยอะๆแล้วมันเขินแปลกๆ


ทว่ายังไม่ทันทีที่จะได้คิดต่อไปมากกว่านี้ ไอเย็นก็แนบเข้ากับแก้มจนต้องร้องเฮ้ยเสียงดังลั่น ส่งผลให้บรรดารุ่นพี่ทั้งหลายหันขวับมาส่งสายตาดุทางสายตาเพราะเสียงของคีย์อาจถูกบันทึกลงไปในฟิล์มด้วยก็ได้ คนโดนแกล้งบ่นอุบเมื่อเห็นไอ้คนขี้แกล้งตัวสูงกำลังกลั้นขำเต็มที่


“ท่องบทได้ยัง” มันถาม ผมมองมันด้วยหางตาก่อนจะเลิกคิ้วนิกๆ


“ยัง”


“ซ้อมมั้ย...?”


“จะซ้อมให้เหรอ”


“อือ”


“เออดี ทำตัวมีประโยชน์ใช้ได้”


ว่าแล้วผมก็หยิบเอาแผ่นกระดาษออกมาซ้อมบทพูดที่ถึงแม้จะมีอยู่น้อยกว่าคนอื่นๆแต่ก็ยาวใช่เรื่อง มินโฮช่วยผมซ้อมอย่างไร้เสียงบ่นเมื่อผมจำบทพูดต่อไม่ได้ แต่กว่าจะรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งกองก็เมื่อตอนที่ซ้อมบทพูดจนเสร็จแล้ว ทุกคนดูอารมณ์ดีมาก และอาจจะพอๆกับความหมั่นไส้ที่คอยผลักหัวคอยแกล้งผมไปเรื่อย ทำไมไม่ไปทำไอ้โย่งวะ มาทำอะไรกูเนี๊ยะ =O=!!


กว่าบทของผมจะหมดก็ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว เสียงท้องร้องจ๊อกๆจากกระเพาะตัวดีดังขึ้นทำให้ชเว มินโฮหันมามองแล้วก็ทำหน้ากลั้นขำอีกรอบ


“กินข้าว --O--”


“อืม ที่ไหนดี”


“ไปกินกับจงฮยอนอนยูมั้ย?”


ผมเสนอเหมือนเดิม มินโฮพยักหน้าเหมือนเคย


แล้วก็เป็นอีกวันนึงที่ผ่านไปด้วยแบบน่าจะดี
แบบว่า...ดีแบบเก้ๆกังๆน่ะ...


รู้ตัวอีกทีก็ผ่านมาถึงวันศุกร์แล้ว วันนี้ผมมีเรียนถึงตอนสี่โมงครึ่ง ในขณะที่มินโฮมีสอนพิเศษเลขให้แทมิน ผมหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่ต้องพบปะไอ้สองคนนี้ แล้วเลือกจะให้อนยูไปนั่งเฝ้าพวกมันสองคนแทน(ก็กลัวมันจะเกิดศึกวันธงชัยเหมือนคราวที่แล้วนี่หว่า) ผมเชื่อว่าถ้าเป็นอนยู...มันจะต้องจัดการไอ้ทั้งสองคนนี้ได้อย่างไม่ต้องเปลืองแรงแน่ๆ...คุณก็คิดเหมือนผมใช่มั้ยล่ะ =_=;


“จง วันนี้ที่งานมีไรบ้างวะ”


“ดอกไม้ไฟ”


“กูรู้”


“คอนเสิร์ตๆ...”


“ใครมา...”


“ETC...บลาๆ เยอะแยะ ทำไม จะไปดูกะหวานใจคนไหนล่ะจ้ะคิม คีย์บอม” แม่งดัดเสียงหวานซะน่าขนลุกในท้ายประโยค ผมเลยเบิ๊ดกะโหลกมันไปแก้เครียดหนึ่งที


“ทำเหมือนกูหลายใจ”


“ก็ตัดสินใจสักที...ทำงี้มันก็ไม่ต่างกันหลายใจหรอก” จงฮยอนยักคิ้วใส่ พูดเสียงเบาบอกผมเมื่ออาจารย์หันหลังกลับไปเขียนเนื้อหาบางอย่างบนกระดานสีขาว “อารมณ์ว่าเก็บเธอไว้ทั้งสองคนน่ะ ฮึฮึ”


“กูเปล่าสักหน่อย”


“อ้อเหรอ”


“เดี๋ยวกูก็ไม่เลือกแม่งทั้งสองคนเลยเหอะ...”


“ครับ สวยเลือกได้”


“หล่อ”


“เออออออออ”


นั่งเถียงกันจนจบคาบจนอาจารย์หันมาเขวี้ยงค้อนแล้วเขวี้ยงค้อนอีก พวกเราก็มีจิตสำนึกเหมือนกันนะครับ ก็เงียบไปพักๆ แต่ก็อีกพักๆนั่นล่ะครับที่ลืมตัวเผลอเถียงกันเสียงดังจนอาจารย์ปาปากกาไวท์บอร์ดใส่ทั้งหัวผมกับหัวจงฮยอน เป็นเหตุให้พวกเราคลำหัวป้อยๆขณะเก็บข้าวของใส่ลงในกระเป๋า ก่อนที่จงฮยอนจะขอตัวกลับก่อนเพราะต้องไปแสตนด