50% ★ งานที่18 : ความในใจ

posted on 20 Oct 2009 21:25 by re-verse1108

50% ★
งานที่18 : ความในใจ

 

 


ผมตามหามันทุกที่เท่าที่จะทำได้ ยอมรับล่ะ ผมเป็นห่วงมันมาก เพราะมันก็โดนไปใช่ย่อยเหมือนกัน บวกกับหมัดของผมที่แก้มขวาของมันแล้วทำเอาใจผมจิตตกไปเยอะ หาจนเหนื่อย...ยังไงก็ไม่เจอ เลยกลับมาที่หอพักเหมือนเดิม

“พี่ยามๆ เพื่อนผมมันได้เข้าหอมาบ้างป่ะ..”


“อ๋อ ไอ้ตัวสูงๆนั่นป่ะ เห็นเข้ามาเอาของแล้วก็ออกไปได้หลายชั่วโมงแล้ว”


เอ่อะ..ผมหงุดหงิด...ไอ้เวร ไอ้บ้า...


“ขอบคุณครับ...”


ผมเดินขึ้นห้องอย่างเหนื่อยอ่อน นับตั้งแต่เมื่อตอนเกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ก็ปาไปแล้วหกชั่วโมง...ครึ่งวันเลยนะเว้ยไอ้โย่ง ประตูห้องถูกไขในที่สุด ผมเดินเข้าไปในห้อง มันทำเอาน้ำตาผมรื่นขอบตาเมื่อเห็นว่าอะไรเกิดขึ้น...ผมคงจะเป็นไอ้ขี้แยเกินไป...แต่ข้าวของบางส่วนในห้องมันกระจัดกระจาย ใช่ ข้าวของของมินโฮ...ทั้งที่ปกติแล้วชเว มินโฮที่ผมรู้จักออกจะเป็นคนใจเย็นแท้ๆ ที่สำคัญชเว มินโฮที่ผมรู้จักเป็นคนใช้เหตุผลนำหน้ากำลังเสมอ...


ผมไล่เดินเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบเหมือนเคยจนเสร็จเรียบร้อย และด้วยความเหนื่อยอ่อนจากความวุ่นวายตลอดวันที่ผ่านมา เปลือกตาอันหนักอึ้งก็พริ้มหลับลง ลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะเมื่อเข้าสู่ห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อย...


และกว่าจะรู้สึกตัวก็ปาเข้าไปตอนสามทุ่มได้แล้ว ท้องฟ้ามืดสนิท ต้องอาศัยแสงไฟจากหลอดไฟฟ้าเท่านั้น ผมลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินลงจากหอไปซื้อข้าวเย็นมาทาน ตาก็เหลือบมองซ้ายทีขวาทีเผื่อว่าจะเห็นมินโฮอยู่ในระแวกนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องเดินกลับหอคนเดียวเหมือนเดิม


ผมเดินขึ้นห้องอย่างอ่อนแรง หยิบกุญแจห้องมาไขเพื่อเข้าไปภายในห้อง แต่แล้วเมื่อเงยหน้าละสายตาของกลอนประตู...ผมก็เห็นมินโฮกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้อง มินโฮไม่ค่อยสูบบุหรี่ให้ผมเห็นเท่าไหร่นัก เท่าที่ผมรู้ก็แค่ตอนที่มันเครียดเท่านั้น...


คีย์ปิดประตูอย่างชนิดที่ว่าเสียงค่อยที่สุด เขาวางกระเป๋าสตางค์ มือถือและกุญแจห้องเอาไว้บนโต๊ะ แล้วเปิดประตูกระจกที่คั่นระเบียงกับห้องเอาไว้ ทว่าคนด้านนอกไม่มีทีท่าตกใจกับเสียงนั้นราวกับว่ารู้..ว่าเขาจะเข้ามาหาอย่างแน่นอน


คนตัวเล็กกว่าเดินไปอยู่ข้างๆอีกฝ่าย พวกเขาเงียบ...เงียบอยู่อย่างนั้น จนเป็นคีย์ที่ทนไม่ไหว เขาเอื้อมมือหยิบบุหรี่จากริมฝีปากของมินโฮก่อนจะนำมันมาสูบต่อ


“ไม่เห็นอร่อยเลยโย่ง...” ผมไอค่อกแค่กทำหน้าอี๋ใส่มวนบุหรี่ในมือ


“อืม...ไม่อร่อยหรอก” มินโฮยิ้มบางๆก่อนจะหยิบมันคืน “แต่ก็เลิกไม่ได้”


สูบต่อไปได้อีกสักพัก มวนบุหรี่มวนนั้นก็ถูกขยี้ลงบนระเบียงในที่สุด ผมมองตามมือของมันก่อนจะนิ่งเงียบด้วยความอึดอัด ผมทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเวลาอยู่กับมินโฮตามลำพัง ถึงมันจะไม่ได้ปฏิเสธการพูดคุยกับผม แต่สายตาของมินโฮกลับไม่มองผมเลยสักนิดตั้งแต่ตอนที่ผมมายืนข้างๆตรงนี้...


“แก...”


“หืม”


“ขอโทษ...” คีย์กล่าวมันด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะหันไปมองหน้าคนข้างๆ มินโฮทำเพียงแค่หัวเราะเบาๆแล้วหันหน้ามามองตาของเขา ดวงตาของมินโฮแดงกล่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา


“เรื่องอะไรเหรอ?”


“เรื่องที่ไม่ยอมบอก...”


“อ้อ...” มินโฮลูบผมของคีย์ “ไม่เป็นไร”


“แต่...”


“คีย์”


“หืม”


“มันเป็นแค่ความน้อยใจที่ไม่เข้าท่า...” มินโฮอธิบาย ขณะที่มือยังไม่ละออกจากเส้นผมของอีกฝ่าย “ความจริงแทมินบอกกับชั้นเมื่อวาน...ชั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องบอกนายสักวัน แต่รู้อะไรไหม...”


ผมนิ่งเงียบสนิทฟังคำพูดของมินโฮ


“จงฮยอนกับอนยูมาถามว่ารู้เรื่องแล้วรึยัง กลายเป็นว่ามีแค่ชเว มินโฮคนนี้คนเดียวที่ไม่รู้เรื่อง”


“ขอโทษ...” ผมย้ำอีกครั้ง


“แต่พอมานึกๆดูแล้ว...อนยูเป็นพี่ของแทมิน ส่วนจงฮยอนมันก็เป็นเพื่อนสนิทนาย...ก็ไม่แปลกอะไรที่จะรู้ แล้วก็ไม่แปลกอะไรถ้าชั้นจะไม่รู้เรื่อง”


“ไม่เอามินโฮ แกไม่ผิด...ขอโทษ...ขอโทษนะ เมื่อตอนกลางวันก็ด้วย...ที่พูดอย่างนั้น ทั้งๆที่แกช่วยเอาไว้” ผมรีบเร่งตัดบทของมันเพราะทนไม่ไหวถ้ามันจะต้องบอกว่ามันเองที่เป็นคนผิด และผมไม่เคยทำผิดอะไรทั้งนั้น ทว่าพอมินโฮได้ยินผมพูด มันกลับหัวเราะ, มันเป็นเสียงหัวเราะที่ดูเหนื่อยอ่อน แต่มินโฮก็ยังเลือกที่จะแสดงออกให้ผมได้ยิน


“คิม คีย์บอม...”


ผมเงยหน้ามองตามเสียงเรียก สบกับนัยน์ตาของเพื่อนร่วมห้อง


“แล้วนายจะตอบแทมินว่ายังไง...”


“แทมินก็เป็นน้องชายที่น่ารักดี...แต่ก็ไม่รู้สิ ไม่เคยชอบผู้ชายว่ะ ฮะๆ” ผมขมวดคิ้ว “ถามทำไม?”


“ก็จะได้ทำใจไว้บ้าง”


“หมายความว่ายังไง?” ผมคาดคั้น ดึงแขนของมันให้หันมาทางผมเมื่อเห็นว่ามินโฮกำลังเบือนหน้าหนีผมไปอีกทางหนึ่ง “มินโฮ! มึงหมายความว่าไง! นี่!”


“คิม คีย์บอม”


“อะไร”


“ตอนม.ปลายนายเคยอยู่แต่ห้องสาม...เด็กหลังห้องที่อาจารย์จำชื่อได้ขึ้นใจ ชอบภาษาอังกฤษ แต่เกลียดเลขเข้ากระดูกดำ บางวันชอบโดดเรียนไปนั่งเล่นบนดาดฟ้าโรงเรียน”


ผมนิ่งเงียบเมื่อมินโฮเริ่มพูด มองคนที่หันหน้ามองไปทางด้านนอกของระเบียงไม่ยอมสบตากับผมแม้แต่น้อย มือของผมที่กำที่แขนเสื้อของมินโฮแน่น...ผมไม่ได้พูดอะไรนอกจากรอฟังคำพูดของคนตรงหน้า


“แถมยังชอบแอบหลับในคาบบ่อยๆ ส่วนตอนกลางวันนายชอบกินข้าวร้านที่สอง”


“มินโฮ...”


“นายอยากเข้าวารสารมากและในที่สุดก็ได้เรียนตามที่หวังไว้ นายนอนหลับง่าย แต่ตื่นยาก...นายชอบเล่นฮาร์เวสมูน แต่ถ้าแข่งวินนิ่งทีไรนายจะเลือกแต่ทีมชาติอังกฤษ”


“ไอ้บ้า...”


“คิม คีย์บอมเป็นคนรักเพื่อนแต่แสดงออกไม่เก่ง แล้วนายไม่ชอบที่แทมินแย่งเวลาเกือบทั้งหมดของนายไป...อ้อ แล้วก็...นายปฏิเสธคนไม่เก่ง ขอให้ได้โวยวายแต่ก็ยอมทำตามที่ขอร้องไว้ อัธยาศัยดี ใจดีกับทุกคน แต่มีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองที่เข้าถึงยาก...ซึ่งมีไม่กี่คนที่เข้าไปอยู่ตรงนั้นได้” มินโฮพูดเสียงแผ่วลง หันมาสบตากับคนที่ยืนมองตนนิ่งค้าง คนตัวสูงเอื้อมมือไปเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มอย่างอ่อนโยน “แต่รู้อะไรไหม...เพราะอย่างนั้น ชั้นถึงไปไหนจากนายไม่ได้...”



“คีย์ไม่ได้ชอบผู้ชาย ข้อนี้ชั้นรู้...”



“เพราะอย่างนั้นถึงพยายามตัดใจตั้งแต่ยังไม่เข้าปีหนึ่งด้วยซ้ำ...”



“แต่พอมีแทมินเข้ามา แทมินกลับดูมีสิทธิ์ที่จะได้ใจนายไป แทมินฉวยโอกาสกับนาย...แต่ก็นั่นล่ะ” มินโฮแค่นหัวเราะ “ชั้นเลยเกิดความรู้สึกว่า...ทำไมล่ะ ทั้งที่ชั้นมาก่อนแท้ๆ...แย่นะ ความรู้สึกนี้ ทั้งที่มันไม่เกี่ยวสักนิดว่าใครมาก่อนมาหลัง”



“คีย์...” เสียงของมินโฮสั่น ผมรู้สึกได้ มินโฮเลื่อนมือมาจับมือของผมเอาไว้ก่อนจะพูดต่อ ชื่อเรียกแทนตัวเปลี่ยนไป นั่นทำให้ผมเผลอสบตามินโฮอีกครั้ง “ผม...ขอเอาแต่ใจอย่างแทมินบ้างได้ไหม?”


“ชั้น..เอ่อ...” พอได้ยินประโยคนั้น ผมกลับทำตัวไม่ถูก ผิดกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้...ประโยคเดียวกัน ทว่าคนละคน ผมปล่อยให้บทสนทนาค้างเอาไว้ตรงนั้น เพราะผมไม่รู้จะต้องตอบว่าอะไร ผมไม่เคยนึกมาก่อนว่ามินโฮ...คนตรงหน้าผม รูมเมทของผม...จะคิดแบบนี้มาตลอด


คีย์สะดุ้งเมื่อมินโฮก้าวเท้าเข้ามาใกล้ แขนของมินโฮรวบตัวของผมเอาไว้อย่างหลวมๆ มือของคนตัวเล็กกว่าคั่นทาบบนแผ่นของร่างสูง คล้ายจะขืนตัวเอาไว้ แต่เมื่อได้ยินเสียงจังหวะของหัวใจที่เต้นรัวถี่ผ่านฝ่ามือของตัวเอง...คีย์ก็รับรู้ได้ว่าความรู้สึกนี้เป็นของจริง มินโฮทำเพียงกอดคีย์เอาไว้อย่างนั้น เขาเองก็ไม่กล้าที่จะขยับเขยื้อนไปไหน


“ขอแค่นี้ล่ะ...แค่นี้ก็ดีเกินพอแล้ว”


แนบแก้มกระซิบบอกข้างใบหู ก่อนจะถอนตัวออกไป มินโฮลูบหัวผม แต่ผมกลับไม่กล้าแม้แต่จะมองตาของมินโฮอย่างที่เคยทำมา ผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ในขณะที่คนที่เพิ่งสารภาพความในใจกำลังจะเดินกลับเข้าห้องไป แต่ก่อนจะก้าวเท้า มินโฮกลับยืนนิ่ง...


“คีย์...”


“อะ--อะไร...”


“ผมพอจะมีสิทธิ์บ้างไหม...?”


ผมกอดตัวเองเอาไว้ แล้วหันหลังให้มินโฮ ปล่อยให้สายตาของตัวเองทอดมองไปยังวิวทิวทัศน์ด้านนอกในยามค่ำคืน


“ม-ไม่รู้...ขอโทษนะ...แต่ตอนนี้...มันงงไปหมดแล้ว”


มินโฮไม่ได้ตอบอะไรผม มีเพียงเสียงปิดประตูบานกระจกเท่านั้นที่ดังหลังจากนั้น ผมใช้เวลาอยู่นานกับความสับสนของตัวเอง ผมไม่รู้ตัวเลย หรือพูดตรงๆ ผมไม่ได้คิด...ก็เลยนึกไม่ถึงว่ามันจะคิดเกินเพื่อนกับผมแบบนี้ และพอรู้สึกตัวอีกที...ผมกลับเพิ่งรู้สึกตัวว่าผมทำร้ายจิตใจใครหลายคนมามากเหลือเกิน...โดยเฉพาะกับมินโฮ ผมหันกลับหลังไปเพื่อมองว่ามินโฮกำลังทำอะไรอยู่...แต่ผมไม่เจอมันแล้ว...


คืนนี้ผมต้องนอนคนเดียวอีกแล้วเหรอ...?


ตอนนี้ผมกับมินโฮ...ไม่เหมือนเดิมแล้วใช่ไหม?


ผมรู้สึกแบบนั้น...


ผมตัดสินใจหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจ เบอร์ของมินโฮ...กดโทรออก รอได้สักพัก คนปลายสายก็กดปุ่มรับสายของผม น้ำเสียงทุ้มนั้นฟังดูอ่อนโยน หากเหนื่อยล้าอยู่ในที พอได้รับรู้ความรู้สึกแล้ว...ผมกลับเริ่มสังเกตได้อะไรในหลายๆอย่าง เช่นน้ำเสียงที่มินโฮมักใช้กับผม...มันไม่เหมือนกับเวลาที่มินโฮพูดกับคนอื่นๆ...


[ว่าไง...]


“ออกไปไหน...”


[ว่าจะไปค้างห้องเพื่อน...]


“อีกแล้ว”


[อืม...ขอโทษนะ]


“...ทำไม”


[คีย์...ผมก็ไม่ใช่คนที่ดีมากอะไร ผมอาจจะทำยิ่งกว่าที่แทมินทำก็ได้นะ]


ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากปลายสายเมื่อพูดประโยคนี้จบ


[ขอโทษนะคีย์...ถ้าทำใจได้เมื่อไหร่จะกลับไปเล่นฮาร์เวสมูนด้วยนะ]


“ไอ้โย่งบ้า...”


[คิดถึงคำนี้จัง...]


“มินโฮ”


[หืม...] ปลายสายเงียบไป ผมเองก็ด้วย [ว่าไงครับ]


“ขอเวลาหน่อยนะ...”


[อืม]


“พวกแกมันบ้า...ชีวิตทั้งชีวิตเพิ่งเคยถูกผู้ชายสองคนบอกรักพร้อมกันก็วันนี้แหละวะ”


[ฮึฮึ...อย่าเนื้อหอมให้มันมากนักล่ะ]


“ไอ้โย่งบ้า”


[บ้าก็บ้า...ไปอาบน้ำนอนได้แล้วไป พรุ่งนี้ต้องไปประชุมกับเพื่อนฟิล์มไม่ใช่เหรอ]


“เออ...รู้อีก” พรุ่งนี้มีนัดกับเพื่อนเอกฟิล์ม...เพิ่งนัดกันเมื่อวันก่อนไม่เคยบอกใครทำไมมันรู้วะ...


[อื้อ นั่นล่ะ ฝันหวาน...]


“เออ...” ผมอึกอักเมื่อเจอประโยคบอกราตรีสวัสดิ์แบบนี้ “ฝัน...ฝันดี”


ผมกดวางสายไป...แต่อย่าเพิ่งคิดว่าผมจะไปอาบน้ำนอนตามอย่างที่มันว่าล่ะ! ทันทีที่หน้าจอมือถือของผมขึ้นเมนเมนู ผมก็กดเบอร์ของอีกคนต่อทันที...ให้ทายว่าใคร...




“คิม! จง! ฮยอน! มึงฟังกูนะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”



แหนะ...ซวยเป็ดอีกแล้ว!

 

TBC

 

TALK :

ตอนนี้ตัดตอนมาจากงานที่17 ฉะนั้นมันอาจจะสั้นๆไปบ้าง...

สั้นแต่ถึงใจนะจ๊ะ :D

แล้วก็จะมาสอบถามเรื่องรวมเล่ม ถ้าใครสนใจวานบอกด้วยค่ะ

ราคาก็คงพอๆกับ secretly replay ล่ะมั้งนะ? ยังไงก็มาแปะบอกไว้ก่อน จะได้เตรียมตัวกันทัน

 

Comment

Comment:

Tweet


.
.

สงสารคีย์แบบบอกไม่ถูก ;-;
แบบรู้สึกผิดเต็มประตู ไม่รู้จะทำยังไงเลยจริงๆ
แถมคู่กรณีก็ยังมาหนีหน้าหาตัวไม่เจอ ไม่มาคุยให้เคลียร์ด้วย อึดอัดสึดๆ!

แต่.. กรี๊ดดดดดด