50% ★ งานที่17 : ฉวยโอกาส

posted on 15 Oct 2009 20:53 by re-verse1108 in fifty-percent

50% ★ งานที่17 :
ฉวยโอกาส





ถ้าผมจะสามารถสรรหาคำจำกัดความสั้นๆให้กับช่วงอาทิตย์นี้ได้ผมคงจะใช้คำว่า นรกบนดิน

ทำไมน่ะเหรอ ไอ้นรกที่ว่าน่ะ.....หึหึหึหึ


สอบแม่งทุกวันเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (กรุณาจินตนาการคิม คีย์บอมพูดคำนี้ขณะเดินเขย่งๆกระโดดๆด้วยปลายเท้าท่ามกลางทุ่งดอกไม้หลากสีสันแสนบรรลัยภายในมหาวิทยาลัยอันเป็นที่รักแห่งนี้)


คีย์แบกหน้าตาแพนด้าที่น่าจะใกล้เคียงกับไอ้หลินปิงที่เพิ่งเกิดไปเมื่อไม่นานมานี้(จริงๆเกิดมานานละ แต่เลือกชื่อนานฉิบหายเลยให้ตาย) หนังสือเรียนเล่มหนาถูกวางลงบนโต๊ะเลคเชอร์ดังปึ้กกระทบไปถึงโสตประสาทของคนที่กำลังฟุบหน้านอนอยู่ที่โต๊ะข้างๆกัน


“กูจะนอน...” จงฮยอนบ่นด้วยแรงอันน้อยนิดที่มี


“กูยังไม่ได้นอน...มึงห้ามนอน”


“สัด...” เตะหน้าแข้งเข้าให้ทีนึง


“กูเจ็บ” ตบหัวไอ้จงฮยอนกลับไปทีนึง ก่อนจะฟุบหน้าลงนอนกับโต๊ะเลคเชอร์ตัวเล็กบ้าง


เมื่อคืนผมไม่ได้นอนครับ เพราะวันนี้เรียนสองวิชา ก็แม่งสอบทั้งสองวิชาครับ แล้วอาจารย์เกิดนึกคึกครับ บอกให้สอบทวนตั้งแต่ต้นจนถึงบทที่เรียนอยู่ตอนนี้ นี่ไม่มีใครบอกอาจารย์แกเหรอครับว่าเหล่านักศึกษาผู้เป็นที่รักนั้นได้คืนวิชาและความรู้ไปให้อาจารย์ตั้งแต่สอบเสร็จมิดเทอมแล้วล่ะครับ นี่แค่วิชาแรกนะครับ ส่วนไอ้วิชาที่สองครับ อาจารย์ที่รักบอกว่า...ชิลๆครับนักศึกษา แค่จำตารางค.ศ.เอง ชิลๆครับ...


ชิลบ้านป๊ะสิครับ


ผมหัวเราะเบาๆให้กับความอนาถของตัวเอง จินตนาการถึงเมื่อคืนที่ไอ้มินโฮตื่นเป็นเพื่อนผม สุดท้ายมันก็น็อคเอาท์สลบคาเตียงไปเมื่อตอนตีสามแล้วปล่อยให้ผมอ่านหนังสือภายใต้หลอดไฟของโคมไฟตั้งโต๊ะ จริงๆผมก็อุตส่าห์บอกมันแล้วว่าให้นอนไปก่อนเลยก็ได้ มันดื้อครับ ผมแทบจะลากมันจับขึงกับเตียงแล้วห่มผ้าบอกราตรีสวัสดิ์ สุดท้ายมันก็เอาของกินมาอ้าง...บอกว่าถ้าตอนกลางคืนผมหิว มันจะได้ลุกขึ้นมาทำให้ ผมจะได้ไม่ต้องเสียเวลา


โถ่เอ้ย...ไอ้คนดี (หรือคนเลววะ มันรู้จุดอ่อนผมทุกอย่างเลยให้ตาย)


“ว่าแต่...มึงอ่านจบเปล่าวะจง”


“ไม่...มิดเทอมกูอ่านอย่างผ่านๆ”


“อืม...”


“มึงอ่ะ”


“จบ”


“จริงป่ะ...กูลอกมึงนะ”


“กูหมายถึงจบเห่”


“สัด...”


จู่ๆเสียงบรรยากาศรอบข้างก็เงียบลงครับ ผมผงกหน้าขึ้นมาดูก่อนจะสะกิดเรียกไอ้จงฮยอนฤทธิ์หมดให้ชะโงกหน้าขึ้นมานั่งตัวตรง


“อาจารย์มาแล้วมึง”


“ฮือๆ...”


“เออ...ฮือๆ...พรุ่งนี้อย่าลืมอ่านอีกวิชานะมึง”


นั่นล่ะครับ, นรกบนดิน


มันเป็นนรกบนดินขนานแท้ที่ทำให้ผมลืมไปเสียสนิทว่าแทมินพูดอะไรกับผมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และผมควรบอกอะไรให้มินโฮรับรู้ เพราะมัวแต่วุ่นๆอยู่กับการสอบทั้งสัปดาห์ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่วันเวลามันเวียนบรรจบมาครบรอบสัปดาห์พอดี...


ใช่, ผมมันแย่ กว่าจะรู้ตัวว่าควรทำอะไรก็เมื่อตอนที่สายไปแล้ว...


วันนั้นเป็นวันที่มินโฮต้องสอนพิเศษให้กับแทมิน ผมไม่รู้หรอก ไม่รู้ว่าแทมินพูดอะไรให้มินโฮฟังบ้าง เพราะเมื่อคืนวันนั้นมินโฮไม่กลับมาที่ห้อง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมโทรไปถามถึงเรื่องมื้อเย็นของวันนั้น มินโฮพูดเหมือนจะกลับมาที่ห้อง, แต่ก็ไม่ ผมโทรไปกี่รอบก็ไม่รับสาย แล้วยังไง? จะให้ผมทำอะไรได้งั้นเหรอ? ไม่เลย จะให้ตามหาที่ไหน ผมก็ยังไม่รู้แม้แต่จุดหมายปลายทาง หรือถ้าพูดให้ถูก, ผมไม่รู้เลยว่าถ้ามินโฮมีเรื่องอะไร มันจะอยู่ที่ไหน และถึงจะแน่ใจว่าอยู่กับอนยูแน่ๆ...แต่พอโทรไปหาอนยู ฝ่ายนั้นก็บอกเพียงแต่คำว่าไม่รู้


ผมรู้สึกผิดเพิ่มอีกข้อหาแล้ว...
เพราะถ้าเป็นผมที่หายไป
มินโฮจะตามจนเจอผมทุกครั้ง
มินโฮจะรู้ว่าผมจะนั่งอยู่ที่เดิมตรงที่ประจำ
มันจะมาหาผม นั่งฟังผมบ่น แล้วเราจะกลับไปที่ห้องพร้อมกัน...


แต่ผมทำได้แค่นั่งรอ...




*




ผมตื่นขึ้นมาตอนเช้าของวันเสาร์ เหลือบไปมองเตียงข้างๆที่ยังคงสภาพเดิมอยู่เหมือนเมื่อคืน ตกลงก็ไม่ได้กลับสินะ? คีย์ถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะสังเกตเห็นข้าวของของมินโฮที่ถูกวางผิดแผกไปจากเมื่อคืนวาน หนังสือนั่นเมื่อวานมินโฮใช้สอนแทมิน เสื้อผ้าที่ใส่เมื่อวานก็กองอยู่ในตะกร้า


...คงจะกลับมา แล้วก็ออกไปแล้วสินะ


คีย์บิดขี้เกียจแล้วลุกขึ้นจัดที่นอนให้เรียบร้อยเมื่อเห็นว่าหมดเวลาอู้แล้ว ทั้งอาบน้ำ แปรงฟัน เตรียมโน่น จัดนี่ ก่อนจะจบท้ายด้วยการคว้าเอาเสื้อยืดมาตัวนึงที่เพิ่งซื้อมาเมื่อตอนไปเดินตลาดนัดในมหาลัยกับมินโฮ มันเป็นเสื้อที่มินโฮทำการยัดเยียดซื้อให้ผมครับ มันคือเสื้อสีชมพู =_=..


ชมพูนี่ไม่ใช่ชมพูธรรมดาครับ...


ชมพูนมอ่ะ...หวานโคตร


ผมมองทั้งตู้เผื่อว่ามันจะมีเสื้อสีอื่นให้ผมใส่อีกบ้าง...


ไม่มี, เหลือแค่เสื้อนักศึกษา นอกนั้นเหี่ยวๆเก่าๆหมด เอ่อ...กูไม่มีหน้าจะไปเจอใครหรอกถ้าใส่ไอ้พวกนั้นไป ผมก้มหน้าก้มตาหลับหูหลับตาใส่ไอ้เสื้อชมพูนี่แล้วหยิบข้าวของที่จำเป็นในวันนี้ออกไปนอกห้อง โดยไม่ลืมที่จะปิดไฟปิดแอร์ปิดน้ำ :D โลกร้อนนะครับคุณ (และค่าไฟก็แพงด้วย นี่คือประเด็น)


ผมนั่งรถNGV รถฟรีที่วนรอบมหาลัย...เออ เนื่องด้วยความฟรีครับ มันเลยมีน้อย แถมรอตั้งสิบห้านาทีกว่าจะเสด็จมา ผมเก็บคำบ่นทดเอาไว้ในใจเพราะคนขับหน้าเหี้ยมเป็นพิเศษ บวกกับวันนี้คนน้อยครับ ผมเลยมีที่นั่งให้นั่งสบายก้น....


เฮ้อ...T-T


มึงอยู่ไหนเนี๊ยะชเว มินโฮ
กูคิดถึงน้องโน่...


พอก้าวลงไปถึงตึกคณะ ผมก็เจออี แทมิน(ตัวปัญหาที่ร้ายกาจ)นั่งรออยู่ที่โต๊ะแล้ว แต่ผมยังไม่ได้กินข้าวเลยว่ะ เลยวางข้าวของแล้วขอตัวไปกินข้าวก่อน โรงอาหารที่ใกล้ที่สุดก็โรงอาหารSCนี่ล่ะครับ โรงอาหารที่ผู้คนเยอะแยะมากมาย แต่ก็ไม่ใช่กับเวลานี้ เพราะตอนนี้ทุกคนที่มีคลาสเรียนวันเสาร์คงจะเข้าห้องไปกันหมดแล้ว ผมสั่งอาหารจานเดี่ยวมา...นั่งรอ แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว


มึงอยู่ไหนเนี๊ยะมินโฮ...
กูต้องจ่ายเงินเองเลยเห็นมั้ย


T-T


กินข้าวเสร็จอย่างหงอยๆเหงาๆ ไอ้บรรดาคณะบานชื่นที่ไม่มีคลาสก็พากันไต่ถามถึงไอ้ตัวสูง ผมก็ได้แต่ตอบไปว่าไม่รู้บ้างล่ะ ตัวไม่ได้ติดกันบ้างล่ะ จนท้ายที่สุดทนไม่ไหว


“เออ! ถ้ารู้ก็วานถามมันด้วยละกันว่าทำไมเมื่อคืนไม่กลับห้อง!!!!”


ข่าวมันเลยแพร่กระจายไปว่าชเว มินโฮนอกใจคิม คีย์บอมไปค้างห้องคนอื่น กลายเป็นเหตุที่มาของใบหน้าบูดบึ้งของเดือนคณะวารสาร ต้องหนีไปให้รุ่นน้องใสกิ๊งนามว่าอี แทมินดามใจด้วยประการฉะนี้ อ่ะตาละลา....บ้านมึงสิ...-_-*


ผมเดินกึ่งหงุดหงิดกึ่งทำใจกลับไปนั่งที่โต๊ะเดิมกับแทมิน แล้วเริ่มเปิดแบบฝึกหัดสอนรัวเร็วอย่างปืนกล น้องนุ่งมันก็ดีนะ ไม่คิดจะบ่นสักคำ ทำเอากูรู้สึกผิดไปกว่า50% แล้วนี่กูจะอะไรกับ 50% นักหนาวะเนี๊ยะ ตกลงนี่กูก้าวสู่วิถี50%แล้วใช่แม๊ะ หาาา!!


พยายามนั่งทำใจให้สงบสติอารมณ์ไปได้สักพัก วัตถุสูง 180 เซนติเมตรโดยประมาณก็ทิ้งตัวลงข้างๆผม จะให้ผมทำอะไรล่ะ ตบไหล่มันผัวะๆแล้วถามว่า เฮ้ย เมื่อคืนมึงไปไหนมาเหรอ? เดี๋ยวส